เอะอะอะไร… ก็ย้ายเมืองหลวง

By Mallika Pupa Kosolsak
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของกรุงเทพมหานครในปัจจุบันมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง จากแผนโครงการพัฒนาต่างๆ ก็เกิดขึ้นอย่างมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการ และเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับคนในเมือง และจากความสามารถของเทคโนโลยีในปัจจุบันที่เป็นไปอย่างก้าวหน้า ส่งผลให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างง่ายดาย และรวดเร็ว ซึ่งเราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ของเมืองนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นหัวใจหลักของการสร้างเมือง ซึ่งจะต้องมีการจัดสรรให้กับคนในเมืองนั้นๆ อีกทั้งต้องเพียงพอรองรับกับจำนวนคนที่อาศัยอยู่ที่นั่นด้วย

แต่ปัญหาก็คือ ภัยพิบัติจากน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา นักวิชาการบางคนได้ให้เหตุผลว่า สาเหตุของการเกิดน้ำท่วมครั้งนี้มาจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เหมาะสม และการพัฒนาที่ดินในพื้นที่ที่ไม่ควรพัฒนา ไม่สอดคล้องกับผังเมืองรวม เช่น การสร้างถนน ขวางทางน้ำไหล การสร้างแหล่งชุมชน แหล่งอุตสาหกรรม ในพื้นที่ที่มีไว้สำหรับรับน้ำ หรือระบายน้ำตามธรรมชาติ อีกทั้งยังขาดการสร้างระบบระบายน้ำ เช่น ท่อระบายน้ำ หรือคู คลองระบายน้ำที่เหมาะสมเพียงพอ ทำให้ปัญหาน้ำท่วมใหญ่จึงเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนอย่างที่คนไทยหลายล้านคนเพิ่งประสบมา

ก่อให้เกิดประเด็นในสังคมตามมาก็คือ “…การย้ายเมืองหลวงออกจาก กรุงเทพมหานครขึ้นอีกครั้ง โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทย 20 คน ได้เสนอญัตติ โดยกล่าวว่า “ภายในระยะเวลา 10 ปีนี้ กรุงเทพฯ จะจมบาดาลอย่างแน่นอน” ดังตัวอย่างอุทกภัยที่เกิดขึ้นในปี 2554 ที่เกิดขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งที่เราต้องหันกลับมาคิดทบทวนกันก็คือ การย้ายเมืองหลวงเป็นทางที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาได้จริงๆหรือไม่?? เราคิดจะย้ายเมืองหลวงกันอยู่บ่อยครั้ง มีปัญหานิดหน่อยก็อยากจะย้าย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราควรจะต้องมีการกระจายความเจริญออกไปยังเมืองอื่นๆ ก่อน โดยแนวคิดการกระจายอำนาจนี้ก็เริ่มมีมาตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ ที่ 4 และมาชัดเจนขึ้นในฉบับที่ 5 แต่ก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่จะทำได้ง่ายๆ

 ซึ่งเมื่อพูดถึงข้อดี ข้อเสียของการย้ายเมืองหลวงนั้น……

การย้ายเมืองหลวง สิ่งที่ต้องทำ ก็คือ “การสร้างใหม่หมด” เพราะเมืองใหม่แทบจะไม่มีอะไรที่เพียงพอต่อการรองรับการเจริญเติบโตของเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเมืองหลวงได้ เพราะฉะนั้นถ้ามีการจะย้ายขึ้นจริง ก็ต้องมีการเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานในด้านต่างๆ ที่ตอบสนองต่อประชาชน ที่ต้องย้ายตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย เส้นทางคมนาคม สิ่งอำนวยความสะดวก ฯลฯ ซึ่งนั่นก็หมายถึงงบประมาณที่ต้องมีการลงทุนอีกมหาศาล  ที่สำคัญต้องคิดอีกว่าสร้างเมืองหลวงใหม่ที่ไหนดี สร้างเมืองอย่างไรให้มีคุณภาพ ซึ่งประโยชน์ของการย้ายเมืองก็อาจจะช่วยแบ่งเบาความหนาแน่นของกรุงเทพฯ ได้บ้าง แต่กรุงเทพฯ มันก็โตมากแล้ว ส่งผลให้คนจึงย้ายตามไม่ได้ เพราะกิจกรรมทุกอย่างมันอยู่ที่นี่ ….

อีกทั้งยังสอดคล้องกับมุมมองของ ผศ.ดร.นพนันท์ ตาปนานนท์ แห่งภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่กล่าวว่า แนวคิดแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก แต่สุดท้ายแล้วทำไม่ได้จริง เพราะประเทศไทยมีปัญหาเรื่องการกระจายความเจริญ หรือเมืองอื่นๆ นั้นโตไม่ทันกรุงเทพฯ

ส่วนการไม่ย้ายเมืองหลวง ถึงแม้ว่าเราอาจจะยังคงประสบกับปัญหาเสี่ยงของภัยพิบัติแต่เราก็สามารถที่จะมีมาตรการป้องกันน้ำท่วมที่ดีได้ โดยการจัดระบบของโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การใช้ถนนเป็นแนวคันกั้นน้ำ การสร้างอุโมงค์ยักษ์ที่ใช้ในการระบายน้ำ การสร้างเขื่อน การขุดบึงรับน้ำแก้มลิง เป็นต้น ถ้าเรามีโครงสร้างพื้นฐานป้องกันที่ดี น้ำท่วมก็คงจะส่งผลกระทบต่อผู้คนได้ยาก อีกทั้งต้องมีการปรับปรุงกรุงเทพฯ ในแบบที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมืองบอก นั่นคือการกระจายความเจริญไปยังจังหวัดอื่นๆ นอกจากกรุงเทพฯ ด้วย ส่วนข้อดีคือ เมืองมีการเจริญเติบโตที่สูงอยู่แล้ว อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานก็มีจำนวนมาก จึงทำให้ไม่ต้องมีการลงทุนเพิ่มใหม่ตรงนี้ อีกทั้งยังมีความสำคัญในแง่ของประวัติศาสตร์อีกด้วย เพราะการสร้างเมืองไม่ใช่แค่สร้างให้สวยอย่างเดียว มันต้องมีคุณค่าทางด้านจิตใจด้วย ซึ่งการที่จะนำเงินไปลงทุนกับการสร้างเมืองหลวงใหม่เปรียบกับการนำเงินมาแก้ไขปัญหาภัยพิบัติต่างๆ เงินทุนน่าจะค่อนข้างต่างกันอย่างมาก

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็ต้องผ่านการพิจารณาศึกษาถึงความเหมาะสมและความคุ้มค่าให้ดีเสียก่อน  มิฉะนั้นสุดท้ายแล้วก็จะเท่ากับรัฐเทงบประมาณลงไปเสียเปล่า เพราะนอกจากจะไม่ตอบโจทย์กับความต้องการของประชาชนแล้ว อาจจะนำไปสู่วิกฤตการณ์อีกมากมาย โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศ

ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าการขยายเมือง หรือแนวคิดการย้ายเมืองหลวง โดยมีการวางผังเมืองใหม่ เป็นเรื่องที่ไม่ใช้เรื่องง่าย เราต้องมีการวางแผนและจัดสรรทรัพยากรต่างๆให้ทั่วถึงแก่ทุกคน โดยสิ่งที่สำคัญต้องคำนึงถึงโครงสร้างพื้นฐาน เป็นอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งจำเป็นเบื้องต้น  ในการที่จะทำให้ระบบอื่นๆ ของประเทศขับเคลื่อนไปได้ ประเทศใดจะเจริญหรือไม่  ก็ดูกันตรงโครงสร้างพื้นฐานของเขาได้ด้วยเช่นกัน!!

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกแนวคิดอะไร…  หากกรุงเทพฯ มีแต่แนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาที่ดินในรูปแบบต่างๆ อย่างเดียว จนลืมตระหนักถึงความสำคัญของการอยู่อย่างสมดุลกับธรรมชาติ  และอยู่อย่างเข้าใจองค์ประกอบของเมือง    และมีการปรับตัวในการดำรงชีวิตในอนาคตได้เป็นอย่างดี

เราจะอยู่ในกรุงเทพฯ อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างไร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s