สติ กับ สตางค์: คุณจะเลือกอะไรเมื่ออยู่ในสถานะผู้ประสบภัยพิบัติ

By FIGHTO

ปัจจุบันโลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศค่อนข้างรุนแรงมาก ไม่มีอะไรที่อยู่บนความแน่นอน ฤดูกาลผันเปลี่ยนไม่ตรงตามที่เคยเป็น บางพื้นที่จากที่ไม่เคยแล้งกลับแล้ง บางพื้นที่จากที่ไม่เคยน้ำท่วมกลับท่วม ความวิปริตของอากาศ ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของคน ทั้งสภาพร่างกายและสภาพจิตใจที่ต้องแบกรับกับการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่ทำให้เกิดความยากลำบากในการดำรงชีวิตมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจมีผลต่อสุขภาพของมนุษย์อย่างกว้างขวาง ทั้งโรคฉี่หนู โรคติดต่อทางเดินอาหาร โรคตาแดง โรคผิวหนัง ความเสี่ยงจากการโดนสัตว์มีพิษกัดต่อย โรคเครียด เป็นต้น เนื่องจากสุขภาพขึ้นอยู่กับอาหารที่เพียงพอ น้ำดื่มที่สะอาด ที่อยู่อาศัย สภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี กับเงื่อนไขของสังคมที่เหมาะสมในการควบคุมโรคติดต่อ การดำรงชีวิตอยู่ในสภาวะภัยพิบัติจึงมีความเสี่ยงสูงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

การที่รัฐประกาศให้อพยพออกจากพื้นที่ในภาวะประสบภัยพิบัติ อย่างกรณีน้ำท่วมปี 2554 ที่ผ่านมา มีทั้งประชาชนที่อพยพทันทีที่ได้รับแจ้งเตือนอพยพ และประชาชนที่ยังลังเลหรือดูสถานการณ์ก่อนว่ารุนแรงพอที่จะย้ายหรือไม่ นอกจากนั้นยังมีอีกกลุ่มคือ จะไม่อพยพไปไหน เพราะห่วงบ้าน ห่วงทรัพย์สิน  ซึ่งกลุ่มที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะอพยพหรือไม่นั้น จะพบกับปัญหาแรกคือ ความเครียด เนื่องจากหวาดระแวงอยู่ตลอดว่า

“เมื่อไหร่น้ำจะมา”                      น้ำจะท่วมจริงหรอ

“ต้องขนของสูงเท่าไหร่        “น้ำจะท่วมนานมั้ย”       “ถ้าอพยพไปใครจะดูแลบ้าน”

“โจรจะขึ้นรึป่าว”     “จะไปทำงานยังไง”     แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาซ่อมบ้าน”

นานาสารพัดความกังวลที่เกิดขึ้นในขณะนั้น พื้นฐานของความคิดทั้งหมดทั้งปวงคือ เงิน ทุกคนห่วงเงิน ห่วงทรัพย์สิน มากกว่าชีวิตที่จะต้องอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อโรคภัยต่าง ๆ มากมาย

 

ถึงแม้ว่าคุณจะเลือกที่จะเป็นผู้อพยพ หรือเลือกที่จะเป็นผู้ประสบภัยอยู่ในพื้นที่ก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องมีติดตัวอยู่ตลอดเวลา คือ สติ การที่เรามีสติไม่ฟุ้งซ่าน ไม่กระวนกระวาย ไม่ตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ตลอดเวลา จนเกิดภาวะเครียด ทั้งกับผู้ที่อพยพไปแล้วก็ต้องมีสติที่จะคิดวางแผนในอนาคตว่าจะวางแผนชีวิตต่อไปอย่างไรหลังจากสถานการณ์เป็นปกติ หรือผู้ที่เป็นผู้ประสบภัยต้องมีสติที่จะคิดว่า อยู่อย่างไรถึงจะปลอดภัย ถ้าเรามีสติอยู่ตลอด เราก็ไม่ต้องเสียเงินมากมายในการนำเงินไปรักษาโรคภัยที่เกิดขึ้นจากตัวเองทำตัวเอง ทั้งจากภาวะเครียด ความไม่ระมัดระวังในการดำรงชีวิตในสภาวะภัยพิบัติ โรคภัยไข้เจ็บ ทุกสิ่งทุกอย่างเราเลือกที่จะทำและเลือกที่จะอยู่ต่อ ก็ต้องอยู่อย่างมีสติและคิดบวกอยู่เสมอ

เงินทองทรัพย์สินต่าง ๆ อย่างไรก็หาใหม่ได้ แต่สุขภาพชีวิต เกิดมาครั้งเดียวตายครั้งเดียว ต้องรักษาเพื่อให้อยู่ต่อได้อย่างเข้มแข็งและมีความสุขกับทุกสิ่งอย่างที่จะผ่านเข้ามาและผ่านไปในชีวิต ด้วยสุขภาพที่แข็งแรง จิตใจที่มีสติและมองโลกในแง่ดี 

…แล้วคุณล่ะถ้าวันหนึ่งคุณเป็นผู้ประสบภัย คุณจะเลือกอะไร สติ หรือ สตางค์…

———-

อ้างอิง

– นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

– นสพ.เดลินิวส์ วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม 2554

– ศูนย์ประสานงานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Coordination Unit) สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

– การดูแลสุขภาพ แนะหลักฟื้นฟู สุขภาพจิตหลังน้ำท่วม แพทย์แนะหลักฟื้นสภาพจิตหลังน้ำลด (สสส.) โดย สุนันทา สุขสุมิตร

– สธ.เน้นดูแลสุขภาพจิตใจผู้ประสบภัยหลังน้ำท่วม โดย น.พ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s